เหตุใดถึงถอดฐานันดรศักดิ์ 3 เจ้าหญิงไทย สูงสดคืนสู่สามัญ ความจริงที่ไม่เคยได้พูด

ที่เบื้องลึกศาลเจ้าหญิงจากสามัญชนสู่รั้ววังแต่เพราะวิบากกรรมพันธุ์ได้อีกจึงปลดสู่สามัญชนชีวิตดังละครท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดี 13 ปีในรั้วพระราชวังสูงสุดคืนสู่สามัญดูจะเป็นวลีเหมาะสมที่สุดหากจะขออนุญาตเอ่ยถึงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ตกเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรอบปี 2557 เนื่องจากอดีตคือพระราชวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารแต่ปัจจุบันคือสามัญชนคนเดินดินหลังจากกลับบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระราชทานพระบรม ขออนุญาติแล้วเรื่องของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีถือเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกจับต้องของสังคมไทยทั้งคู่หน้าประกาศที่ท่านผู้หญิงที่ได้ปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศและสิ่งต่างๆอีกมากมายเส้นทางของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ก่อนเดินทางเข้าสู่พระราชวังและกลับออกมาเป็นประชาชนสามัญธรรมดาเดิมมีนามว่าฮีตเกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสงครามเป็นธิดาคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คนของนายอภิรุจและนางวันทนีย์สุวะดีด้านการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัยอนุกูลราชจังหวัดสมุทรสาครต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชคณะวิทยา ผู้จัดการสาขาวิชาการจัดการทั่วไปหลักสูตร 4 ปีเมื่อปี 2540 และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมปี 2545 และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาโทหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตคหกรรมศาสตร์ภาคพิเศษสาขาวิชาพัฒนาการครอบครัวและเด็กคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรคณะแนนเฉลี่ย 3.9 4 ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เข้าถวายการรับใช้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารตั้งแต่ปี 2536 ในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์นอกจากนี้ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในด้านศิลปาชีพและได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายจากนั้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ปี …

เหตุใดถึงถอดฐานันดรศักดิ์ 3 เจ้าหญิงไทย สูงสดคืนสู่สามัญ ความจริงที่ไม่เคยได้พูด Read More

ตรงจนขนลุก! เปิดคำทำนาย “หลวงพ่อ ฤๅษีลิงดำ” ว่าเมื่อมี รัชกาลที่ 10 กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น!!

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัวคนอ่านข่าวคำทำนายtrnTVสวัสดีครับเรื่องราวในวันนี้นั้นจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำเกี่ยวกับคำทำนายเมื่อรัชกาลที่10ขึ้นทรงราชย์ทุกท่านครับไหนๆก็เข้ามาแล้วกรุณาช่วยกดไลก์กดติดตามรวมทั้งกดรูปกระดิ่งเพื่อได้รับทราบเรื่องราวดีๆใหม่ๆที่น่าประรทับชัยได้ทุกๆวันครับและเหมือนเดิมเช่นเคยครับทุกท่านด้วยความห่วงใยจากคนอ่านข่าวเรื่องราวของคำทำนายนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้ วิจารณญาณในการรับชมรับฟังด้วยนะครับแล้วถ้าครอบครัวคนอ่านข่าวท่านไหนที่รับฟังจนจบแล้วมีความคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรกรุณาช่วยคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกับด้วยนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับเปิดคำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำเมื่อมีรัชกาลที่10ขึ้นสรงราชย์จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ประสกนิกรชาวไทยปราปลื้มอย่างหาที่สุดไม่ได้ในสมัยที่พระราชพรหมญาณวีรทาวโรดที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามหลวงพ่อฤาษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่นั้นได้มีการรวบรวมคำเทศนา ของหลวงพ่อไว้เป็นหนังสือชื่อฤาษีทัศนาจรซึ่งได้จัดผิดทีมออกหลายเล่มหลายตอนโดยในเล่มที่1ตอนเทวดาชวนขุดทองก็ได้มีการพยากรณ์ทำนายแทรกไว้และมีการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในรัชกาลที่10ว่าจะมีผู้มีบุญขึ้นมาครองราชย์เป็นรัชกาลที่10และจะมีเหตุการณ์ใดบ้างนั้นดั่งเนื้อหาที่ได้มีการบันทึกไว้ดังนี้ท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับเนื้อหาใจความสำคัญนั้นใกล้จะเริ่มแล้วนะครับกรุณาตั้งใจรับฟังให้จนจบแล้วที่สำคัญเลยนะ ครับเมื่อรับฟังจนจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์พูดคุยแสดงความคิดเห็นกันดูนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับเมื่อแผ่นดินสะเทือนแผ่นดินสั่นเกิดขึ้นดรปริญญาก็บอกว่าเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติบ้างแต่ ้าว่าเจ้าลิงนี่สิฤาษีลิงดำหัวหน้าทัศนาจรมันไม่ว่าอย่างนั้นพอแผ่นดินสะเทือนก็ถึงกำหนดจิตว่านี่มันคือเรื่องอะไรพอมีความดำริเท่านั้นก็ปรากฏว่าบรรดาปิยะสหายคราวนี้ไม่ใช่หมาแล้วกลายเป็นผีมีศักดิ์ศรีใหญ่แต่งตัวสีแดงพืชไปหมดประมาณ70-80คนแล้วก็ประมาณสี เขียวสีดำอีกหลายร้อยคนเห็นบริเวณนั้นเกลื่อนกร่นไปหมดจึงได้ถามว่านี่พ่อพ่อเทวดาแกมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่และทำไมแผ่นดินมันถึงสะเทือนเขาก็ชี้ไปที่ท่านพระเจ้าโกสาปองคราวนี้การไปคราวนี้ของท่านเจ้าภรรยาโกสาปองน้องชายเจ้าพระยาโกสาปานท่านไปด้วยความจริงชื่อนี้สมมติขึ้นมาอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงๆแค่ล้อกันและเจ้าพญาโกสาป่องเป็นใครก็อย่าคิดอย่าถามถามก็ไม่บอกแกก็เลยบอกมาว่าเจ้าภรรยาโกสาปองมันคิดจะขุดทรัพย์มันคิดว่าที่นี่ มีทรัพย์มากมันอยากจะได้ทรัพย์ใต้แผ่นดินในเมื่อมันคิดอย่างนั้นก็เลยทำให้มันรู้ว่ามีจริงก็เลยถามเขาว่ามีมากไมเขาบอกว่าเฉพาะทองคำก็ประมาณ15ตันเห็นจะได้แล้วยังมีแก้วที่มีค่ามากทีนี้ก็ถามเขาว่ามันอยู่ลึกั้วะจะขุดได้ยแกก็เลยบอกว่าขุดไม่ยากหรอกมันไม่ลึกเท่าไหร่ประมาณ1กลเท่านั้นก็ถึงก็เลยบอกว่านี่แกไม่น่าบอกอย่างนี้นี่เป็นของที่เกินวิสัยของคนจะขุดได้ทำไมถึงบอกอย่างนั้นเขาก็หัวเราะยังได้ถามว่าทรัพยากรทั้งหลายเหล่านี้จะปรากฏ เป็นผลดีแก่ประเทศชาติในสมัยไๆเขาก็เลยบอกว่าอานุภาพของทรัพยากรทั้งหลายจะปรากฏขึ้นในตอนกลางของรัชสมัยของรัชกาลที่10แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สมัยนั้นจะปรากฏว่าประเทศจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษทุกสิ่งทุกอย่างจะพ้อมมูลบริบูรณ์จะกลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีเขตหนึ่งอย่าว่าแต่เฉพาะในเอเชียเลยแม้แต่ยุโรปก็ต้องเอาใจทั้งนี้เพราะว่าอำนาจบุญบารมีของกษัตริย์ทั้ง2พระองค์คือกษัตริย์รัชกาลที่9เป็นผู้มีบุญบารมีใหญ่ปู่พื้นฐาน เอาไว้แล้วก็มีพระโอสาธิราชที่จะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปก็เป็นพระราชาที่มีบุญบารมีใหญ่ที่คนทั้งหลายคิดว่าจะทำลายประเทศไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์มีจิตหยาบปรารถนาจะให้คนไทยทั้งชาติมีความเคารพในพุทธศาสนาเป็นทาสของบุคคลกลุ่มเดียวไม่มีความหมายเพราะว่าความหวังตั้งใจของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้เขาจะพาตัวเขาพี่นไปเองเพราะอำนาจบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ที่เปลี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีสมรรถภาพเป็นพิเศษเขาว่ากันอย่างนั้นก็เลยบอกว่าโมทนาด้วยนะ แล้วก็ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นเทวดาก็ต้องช่วยกันนะเขาก็เลยบอกว่าช่วยกันก็เลยถามต่อไปว่าการที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนนี่นะเป็นปัจจัยเพราะพยาโกสาปองแกมีความละโมบโลภมากอยากจะได้ทรัพย์ในแผ่นดินนั้นใช่ไหมก็มีท่านหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ไอ้เจ้าพญาโกสาปองนี่มันเป็นเพื่อนกันเคยเป็นเพื่อนร่วมกันมาแต่ว่าตอนนี้ตามันยังไม่ดีแต่ทว่านิสัยเขาก็ดีก็คือว่าชอบสร้างตัวเป็นคนสุจริตไม่ทุจริตโกงเงินโกงทองของรัฐบาลรับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแล้วก็ มีจิตประกอบด้วยกุศลอย่างนี้จึงแสดงอาการให้ปรากฏแล้วอีกประการหนึ่งคนที่มาทั้งหมดนี่เป็นอันว่าว่า99.99%จัดว่าเป็นคนที่มีบุญใหญ่มีศักดิ์ศรีใหญ่ก็เลยถามว่าคนที่มีบุญใหญ่มีศักดิ์ศรีใหญ่น่ะมันใหญ่กันตรงไหนเขาก็บอกว่าใหญ่ตรงที่มีความดีน่ะสิเพราะว่าการมาคราวนี้นี่ตั้งใจจะมานมัสการพระดีที่เรียกกันว่าสุปฏิปันโนแล้วพระทั้งหลายเหล่านั้นคือคณะของเขาเองทุกท่านครับครอบครัวคนอ่านข่าวทุกคนเป็นอย่างไรกันบ้างครับเกี่ยวกับเรื่อง ราวคำทำนายนี้ถ้าท่านคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรกรุณาคอมเมนต์พูดคุยกันด้วยนะครับเพราะว่าบางทีบางท่านอาจจะฟังดูแล้วจับใจความไม่ได้นะครับแต่ว่าบางทีบางท่านอาจจะฟังแล้วก็ตีความหมายได้อย่างชัดเจนลองคอมเมนต์พูดคุยเพื่อบอกให้ครอบครัวคนอ่านข่าวท่านอื่นๆได้รับทราบกันด้วยนะครับลำดับถัดไปครับทุกท่านเดี๋ยวคนอ่านข่าวจะขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับฉบับเต็มนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับคำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำฉบับเต็มคำทำนาย พระราชพรหมญาณวีรถาวโรหรือที่คนรู้จักทั่วไปว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำฉบับเต็มจากวัดจันทารามท่าซุงเรื่องอนาคตของประเทศชาติเรื่องนี้นั้นมีการเผยแพร่เมื่อวันพุธที่23ธันวาคมปีพุทธศัก2518เรื่องมีอยู่ว่าท่านพลตรียุทธศิลป์เกสรสุคนธ์บัญชาการกองพลที่3ยศและตำแหน่งในสมัยนั้นได้นิมนต์หลวงพ่อมหาวีระถาวโรหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำพร้อมด้วยพระเถระรวม6รูปเพื่อไปบำรุงขวัญของทหารในเขตกองทัพภาคที่2โดยนำผ้ายันต์มหาพิชัยสงครามและเหรียญเอกราชไปแจกให้แก่ทหารตามฐาน ปฏิบัติการชายแดนระหว่างวันที่20ถึง23ธันวาคมปีพุทธศักราช2518และในวันสุดท้ายคือวันที่23ธันวาคมปีพุทธศักราช2518ได้ทำการแจกของให้แก่ทหารค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมาและก่อนทำการแจกก็ได้แสดงธรรมมิคถาเรื่องอนาคตของชาติณพุทธสถานค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมาท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับซึ่งมูลเหตุที่ได้มาแจกวัตถุมงคลนั้นก็เพื่อเจริญสุขแก่บรรดาทหารของชาติทุท่านอาตมาได้ไปทำการแจกจ่ายพระยันต์และเหรียญแก่ทหารทางภาคเหนือมาแล้ว3 ครั้งต่อมาได้ทราบข่าวจากข้าหลวงสมเด็จพระบรมราชินีนาถว่าสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงปรารถนาว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านไม่ห่วงทหารภาคอีสานหรืออย่างไรจึงไม่ไปแจกของแก่ทหารทางภาคอีสานบ้างความจริงอาตมาก็ห่วงทหารทางภาคอีสานเช่นเดียวกันกับทหารทางภาคเหนือเมื่อท่านผู้บัญชาการกองพลที่ที่3จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินมาแจกจ่ายจึงได้นำสิ่งของมาแจกจ่ายในครั้งนี้ขั้นแรกอนุศาสนาจารย์ได้อาราธนาให้แสดงธรรมต่อมาท่านผู้บังคับบัญชากองพล ได้อาราธนาให้เล่าเรื่องของที่นำมาแจกจ่ายว่าทรงคุณอย่างไรบ้างผู้ที่ได้รับแจกไปจะได้เกิดศรัทธาความเชื่อมั่นเพื่อสนองเจตนาของอนุศาสนาจารย์และผู้บังคับบัญชากองพลที่3ได้อาราธนาขอพูดเรื่องธรรมก่อนสักเล็กน้อยจากนั้นจึงพูดถึงเรื่องของสิ่งของที่นำมาแจกจ่ายเราทุกคนนั้นอยากมีความดีด้วยกันทั้งนั้นแม้นบางคนนึกว่าตนเองอยากมั่งอยากมีอยากมียศมีอำนาจแต่ความจริงแล้วก็คืออยากมีดีนั่นเองแม้เราจะมียศสูงแต่ถ้าใครมาว่าเราเป็นคนไม่ ดีเราก็ไม่ชอบเพราะฉะนั้นใครจะทำอะไรก็ตามเถอะแต่ที่สุดของความอยากนั้นก็คือความดีนั่นเองรักษาศีล5ให้ได้ความดีนั้นมีกฎเกณฑ์ที่เราจะทำเป็นเบื้องต้น5ประการคือ1เราไม่อยากให้มีใครฆ่ารังแกข่มเหงเราเราก็อย่าไปฆ่าไปรังแกไปข่มเหงเขา2เราไม่อยากให้ใครมารักของของเราเราก็อย่าไปรักของของเขา3เราไม่อยากให้ใครมาผิดลูกผิดเมียเราเราก็อย่าไปผิดลูกผิดเมียเขา4เราไม่อยากให้ใครมาโกหกเราเราก็อย่าไปโกหกเค้า5เราไม่อยากเป็นคนบ้าก็อย่าไป ดื่มสุราเมรเพราะถ้าดื่มสุรามากๆก็จะกลายเป็นคนบ้าครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับหัวข้อลำดับถัดไปนั้นจะเป็นหัวข้อเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติครับซึ่งก็ได้มีการบอกว่าเจริญพรหมวิหาร4ไว้ความดีที่สูงขึ้นไปอีกที่เราควรประพฤติเป็นหลักในการดำรงชีวิตเพื่อความสุขความเจริญแก่ตนเองคือพรหมวิหารมี4ประการคือ1เมตตาความรักเราต้องรักตัวรักครอบครัวรักญาติพี่น้องหมู่คณะตลอดจนถึงรักประเทศชาติ2กรุณาความสงสารที่มีต่อบุคคลที่ตกทุกข์ได้ยาก อยากให้เขาพ้นทุกข์พ้นจากทุกข์ทรมานที่เขาได้รับอยู่3มุทิตายินดีด้วยเมื่อบุคคลอื่นได้ดีมีความสุขไม่ริยาเขาเขาได้ดีก็ชื่นชมอนุโมทนาด้วย4อุเบกขาวางเฉยเมื่อลูกของเราญาติพี่น้องหรือพรรคพวกของเราไปทำผิดเราต้องวางตัวเป็นกลางเมื่อเขาจะได้รับโทษก็ถือว่าเป็นกรรมของเขาไม่ช่วยเหลือเขาในทางที่ผิดครอบครัวคนอ่านเขาทุกท่านครับข้อที่4นี้ถือได้ว่าเป็นข้อที่สำคัญมากและอาจจะเรียกได้ว่าเป็นข้อที่ทำได้ยากที่สุดนะครับซึ่งการจะเว้น จากความลำเอียงทั้ง4ประการนั้นผู้ที่มีคุณธรรมในข้อที่4นี้จำเป็นจะต้องมีคุณธรรมข้ออื่นสนับสนุนคือเราต้องเว้นจากอคติคือ1ความลำเอียงเพราะความรัก2ความลำเอียงเพราะความชัง3ความลำเอียงเพราะความหลง4ความลำเอียงเพราะความกลัวทหารแปลว่าคนหนุ่มทหารทุกคนต้องเป็นคนหนุ่มแม้นจะแก่อายุมากแล้วก็ต้องทำตัวเป็นคนหนุ่มเพราะว่าคำว่าทหแปลว่าคนนหนุ่มคนหนุ่มนั้นจะเป็นคนที่แข็งแรงว่องไวกล้าหาญและบึกบึนมีไหวพริบปฏิพานดีมีความสามัคคคีรักใคร่กันไม่ทอดทิ้งกัน เมื่อมีภัยตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทและข้อสำคัญที่สุดนั้นต้องยอมตายเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเมื่อถึงคราวจำเป็นนี่พูดอย่างทหารอาตมาเคยเป็นทหารเรือมาแล้วย่อมรู้จักชีวิตวิญญาณของทหารดีทหารไปรบถือว่าทำเพื่อชาติบ้านเมืองทหารที่ไปราชการสงครามเพื่อป้องกันอิสราศัตรูนั้นหากไปฆ่าข้าศึกศัตรูก็ไม่ถือว่าเป็นความชั่วแต่เป็นการทำความดีต่างหากเพราะเราทำหน้าที่ป้องกันสิ่งที่ดีงามเอาไว้ความดีนั้นคือความอยู่รอดของชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และ ความสงบสุขของปวงชนในผืนแผ่นดินไทยทุกคนความสงบสุขนั้นเป็นยอดของความดีทั้งมวลการที่เราเสียสละเลือดเลือดเนื้อและชีวิตของเราเพื่อรักษาความดีทั้งหลายดังที่กล่าวมาแล้วนั้นจึงได้ชื่อว่าเราทุกคนได้ทำความดีสมศักดิ์ศรีของทหารไทยจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นบาปกรรมเราทุกคนจะไม่แพ้จะไม่ต้องตกเป็นทาสของใครๆดังที่พวกเราพากันวิตกกังวลอยู่ในขณะนี้แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ก็ทรงปริวิตกและทรงมีความห่วงใยยประชาชนบ้าน เมืองเป็นอย่างยิ่งดังจะเห็นได้ว่าเมื่อวันที่10สิงหาคมปีพุทธศักราช2518พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จไปยังวัดของอาตมาคือที่วัดท่าซุงและได้ตรัสถามความเป็นไปเป็นมาของบ้านเมืองในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรอนาคตของชาติอาตมาได้ถวายพระองค์ว่าประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะไม่ตกเป็นทาสของใครอาตมาขอถวายชีวิตเป็นประกันเกี่ยวกับเรื่องนี้นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช2520เป็นต้นไปประเทศไทยจะดีขึ้นเรื่อยๆความเยือกเย็นจะเริ่มปรากฏความมั่งคั่ง สมบูรณ์จะมีแก่ประเทศชาติและประชาชนแต่จะยังปรากฏไม่ชัดนัดแต่เราจะมองเห็นได้ชัดๆก็ต้องปีพุทธศักราช2524เปรียบเหมือนอรุณได้ขึ้นดีแล้วและเริ่มฉายแสงให้เห็นความมืดหมดไปที่อาตมากล้ายืนยันต่อพระองค์เช่นนั้นก็เพราะเหตุผลหลายประการคือคำทำนายของพุทธโฆษาจารย์ในประการแรกอาตมาได้พบและได้อ่านในหนังสือเล่มหนึเป็นสมุดคอยซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่าพระพุทธโฆษาจารย์ลำไยได้เขียนไว้ทำในายชะตาบ้านเมืองก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า ก่อนที่กรุงเทพยังไม่ปรากฏโดยท่านได้เขียนรรทำนายไว้ว่ากรุงศรีอยุธยาต้องถูกข้าสึตีแตกแต่จะเสียอิสรภาพไม่นานนักจะมีคนดีของกรุงศรีเข้ามากู้ชาติเมื่อมากู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่และเหตุการณ์ต่างๆของกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นความจริงตามทำนายทุกอย่างเป็นอย่างไรกันบ้างครับฟังมาถึงขนาดนี้แล้วท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวท่านคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรลองคอมเมนต์พูดคุยกันดูนะครับทุกๆท่านครับตอนนี้นั้นเราก็ รับฟังกันมาจนถึงคำทำนายสมุดข่อยเดี๋ยวเรามารับฟังกันอีกสักหน่อยนะครับเกี่ยวกับคำทำนายสมุดข่อยเล่มนี้และใครที่ยังไม่ได้กดไลก์กรุณากดไลค์กดติดตามให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆคนอ่านข่าวคนนี้ด้วยเถอะนะครับขอเชิญรับฟังเรื่องราวหัวข้อถัดไปได้เลยครับทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง10ราชกาลในสมุดขอยเล่มเดียวกันนี้ครับพระพุทธโฆษาจารย์ได้ทำนายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานครเมืองหลวงใหม่ในวันข้างหน้า5ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิด ขึ้นแต่ละรัชกาลดังนี้รัชกาลที่1ได้ทำนายว่ามหากาบผ่านมหายรัชกาลที่2ได้ทำนายว่ารู้จักธรรรัชกาลที่3ได้ทำนายว่าจำต้องคิดรัชกาลที่4ได้ทำนายว่าสนิทธรรมรัชกาลที่5ได้ทำนายว่าจำแขนขาดรัชกาลที่6ได้ทำนายว่าราชราชาจรรัชกาลที่7ได้ทำนายว่านั่งทนทุกข์รัชกาลที่8ได้ทำนายว่ายุททมิฬรัชกาลที่9ได้ทำนายว่าถิ่นกาขาวรัชกาลที่10ได้ทำนายว่าชาวิไลซึ่งทุกท่านครับความแม่นยำของคำทำนายนั้นเมื่อพิจารณาถึงคำทำนายและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละรัชกาลก็เห็นได้ชัดว่าคำ ทำนายนั้นถูกต้องเพียงใดรัชกาลที่1ผ่านพระเจ้าตากสินขึ้นครองราชสมบัติรัชกาลที่2ท่านว่างจากศึกสงครามก็หันมาทำนุบำรุงพุทธศาสนาทำให้การค้นคว้าพระธรรมวินัยรวบรวมกันเป็นการใหญ่รัชกาลที่3ท่านมีหัวคิดริเริ่มหางานมาสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้รัชกาลที่4ท่านสนิทสนมธรรมก็เพราะพระราชาองค์นี้ทรงผนวดถึง27พรรษามีความคล่องตัวในพระธรรมวินัยทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกอย่างแตกฉานและยังมีความสนิทสนม กับกสมเด็จพระพุทธาจารย์โตเป็นอย่างยิ่งเป็นคู่บารมีกันรัชกาลที่5จำแขนขาดเราเห็นได้ชัดมากเพราะว่าเราต้องเสียดินแดนไปหลายครั้งหลายหนโดยพระองค์ยอมเสียแขนเสียขาดีกว่าเสียตัวทั้งหมดคือยอมเสียแผ่นดินบางส่วนเพื่อรักษาเอกราชของชาติไว้รัชกาลที่6เป็นจนเพราะทรงใช้จ่ายเงินในท้องพระคังจนหมดสิ้นแต่อาตมาเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นนักชาตินิยมมีพระปีชสามารถปลุกใจประชาชนให้รักชาติบ้านเมืองเช่นมีเพลงบทหนึ่งทรงนิพนธ์ไว้ว่าใครมา เป็นเจ้าเข้าลองคงจะต้องบังคับขับใสเขี้ยวเขนเย็นค่ำร่ำไรตามวิสัยเชิงชิ่นผู้เป็นนายทรงเป็นนักประชาธิปไตยจึงได้ทำทุกอย่างให้บุคคลอื่นเห็นว่าพระองค์ไม่ทรงถือพระองค์เช่นแสดงมหรสพเล่นขนกับข้าราชบริพารยิ่งกว่านั้นพระองค์ยังคงสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่ปรากฏแก่ชาวโลกโดยส่งทหารไปช่วยสงครามโลกครั้งที่1จึงจำเป็นต้องใช้เงินมากแม้นจะใช้เงินมากแต่ประโยชน์ก็เกิดแก่ประเทศชาติเป็นอย่างหนักรัชกาลที่7นั่งทนทุกข์พระองค์ทรง …

ตรงจนขนลุก! เปิดคำทำนาย “หลวงพ่อ ฤๅษีลิงดำ” ว่าเมื่อมี รัชกาลที่ 10 กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น!! Read More

พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี

*โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ* พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี วันที่ 21 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่องให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการ ในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์ และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี Read More

คำทำนายสุดแม่น! รัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดครองราชย์! ของ โหรหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๑

โน้ท แต่ก่อนจะไปรับฟังคลิปก็อย่าลืมกด like กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนของช่องทีอาร์เอ็นทีวีคนอ่านข่าวเอาไว้ด้วยนะครับแม่นจนขนลุกคําทํานายรัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดได้ครองราชย์ของหวงในรัชกาลที่ 1 ในการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยโบราณอาการพระมหากษัตริย์จะมีขนประจำพระองค์เพื่อทำนายดวงชะตาบ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตไว้ดูฤกษ์ยามเพื่อทำศึกสงครามรวมทั้งทำนายดวงชะตาของพระองค์เองและบุคคลใกล้ชิดซึ่งโหรถือว่ามีอิทธิพลต่อการประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการบริหารบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมากดัง ผมชื่อโหราธิบดีหลวงในรัชกาลสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในรัชกาลที่ 1 ที่ได้ทำนายถึงดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เอาไว้อย่างน่าสนใจโดยมีการทำนาย 12 ยกหรือ 12 ราชการโดยมีเนื้อหาใจความดังนี้โดยมีเนื้อความว่าในรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชวันหนึ่งเวลาเย็นขณะที่ท่านประทับอยู่ณตำหนักท่าน ได้ตรัสตอบพระโหราว่าฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ว่าต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรพระโหราจึงกลับทูลว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้าการถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์ด้วยความระมัดระวังต้อง 4 ระยะเวลาถึง 3 วันจึงจะกลับทูลถวายคำพยากรณ์ได้แล้วท่านโหราธิบดีได้จดวันเวลาเดือนปีของวันที่ลงหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่งแล้วจึงกราบทูลลากลับไปพอครบ 3 วันพระโหราจึงมาเฝ้าตามที่นัดเอาไว้และ ได้ถวายคำพยากรณ์ 12 ยก 12 …

คำทำนายสุดแม่น! รัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดครองราชย์! ของ โหรหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๑ Read More

ชีวิตศรีรัศมิ์: จากความฝันสู่หยดน้ำตา กษัตริย์จะคืนพระมารดาให้ลูกชายหรือไม่?

ชีวิตของศรีรัศมิ์…เหมือนบทเพลงเศร้าที่ร้องท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบงันความฝันของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาความรักที่เคยงดงาม ค่อย ๆ เลือนหายไปก่อนที่วัยเยาว์จะจบลงเสียอีก ตั้งแต่สมัยโบราณผู้หญิงในราชสำนักไม่เคยมีทางเลือกมากนักชีวิตของพวกเธอผูกติดกับความโปรดปรานและเมื่อความรักจางหายชะตากรรมที่โหดร้ายก็มักตามมา ศรีรัศมิ์เคยเป็นหญิงสาวที่ถูกยกย่องว่างดงามที่สุด จากครอบครัวยากจนต้องดิ้นรนทำงานตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อความอยู่รอด เธอเลือกเส้นทางที่ถูกสังคมมองด้วยสายตาไม่เป็นธรรมแต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น และในช่วงเวลาที่ชีวิตยากลำบากที่สุดเธอได้พบชายผู้เปลี่ยนชะตาทั้งชีวิตของเธอจากหญิงสามัญชนเธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่ทั้งประเทศจับตามองเรื่องราวของเธอถูกเปรียบเสมือนนิทานซินเดอเรลล่า แต่ชีวิตในราชสำนักไม่เคยเป็นนิทานที่จบอย่างสวยงามเสมอไป ศรีรัศมิ์พยายามอย่างหนักเรียนรู้ ปรับตัว ทำทุกอย่างเพื่อยืนหยัดอยู่ในโลกที่ไม่เคยปรานีแม้ตั้งครรภ์ เธอก็ยังมุ่งมั่นศึกษาเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณค่า มากกว่าความงามภายนอก เธอเป็นที่รักของประชาชนอ่อนโยน ใจดี และไม่ลืมอดีตของตนเองแต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนเมื่อความงามไม่เหมือนเดิมเมื่อผลประโยชน์และอำนาจเข้ามาแทนที่ความรักทุกอย่างก็พังทลายลง ศรีรัศมิ์สูญเสียสถานะสูญเสียอิสรภาพและถูกพรากจากลูกชายแม้หัวใจของเธอจะยังเป็น “แม่”แต่โลกกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำหน้าที่นั้น ชีวิตของเธอคือภาพสะท้อนของความจริงอันโหดร้ายของความรักที่ไม่เท่าเทียมและของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยบินสูงก่อนจะถูกผลักตกลงสู่ความเงียบงัน คำถามยังคงค้างอยู่ในใจผู้คนวันหนึ่ง… ลูกชายจะได้กลับสู่อ้อมกอดของแม่หรือไม่?

ชีวิตศรีรัศมิ์: จากความฝันสู่หยดน้ำตา กษัตริย์จะคืนพระมารดาให้ลูกชายหรือไม่? Read More

ระบบเสื่อมหนัก พระเทพขาหักกระอัก ร.10

หัวข้อที่หยิบยกขึ้นมาพูดในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องซุบซิบ แต่เป็น ไฮไลต์ของวิกฤตสังคมไทย ที่สะสมมานาน นั่นคือ “ปัญหาของระบบวัง” และการจัดการข่าวสารที่ผิดไปจากหลักการประชาธิปไตยสมัยใหม่ กรณีข่าว สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระประชวร ที่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ กลับทำให้เกิดคำถามจำนวนมากในสังคม ไม่ใช่เพราะประชาชนอยากรู้อยากเห็น แต่เพราะนี่คือ เรื่องปกติ ที่เคยเกิดขึ้นสม่ำเสมอในอดีต โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 9 ไม่ว่าจะเป็นการทรงพระประชวรเล็กน้อย หรือการเสด็จไปต่างประเทศ สำนักพระราชวังล้วนแจ้งข่าวอย่างชัดเจน เป็นระเบียบ และสม่ำเสมอ แต่เมื่อเข้าสู่รัชกาลที่ 10 รูปแบบนั้นกลับหายไปข่าวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ สุขภาพ หรือการเสด็จไปต่างประเทศ แทบไม่เคยปรากฏอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เป็นเรื่องซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ความมั่นคงของประเทศ และ ภาษีของประชาชน การปกปิดข่าวเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้สถาบันเข้มแข็งขึ้นตรงกันข้าม มันกลับเปิดพื้นที่ให้ “ข่าวลือ” เข้ามาทำหน้าที่แทนข่าวจริงและในประวัติศาสตร์โลก …

ระบบเสื่อมหนัก พระเทพขาหักกระอัก ร.10 Read More

ชีวิตศรีรัศมิ์เศร้า! กษัตริย์จะคืนพระมารดาให้ลูกชายหรือไม่?

ความ ฝัน ของ ฉัน เต็ม ไป ด้วย น้ำ ตา ฉัน ร้อง เพลง ใน ล็อบบี้ ตอน ดึก ความ รัก ใน ความ งาม ของ ฉัน หมด สิ้น ไป ก่อน ที่ ฉัน จะ …

ชีวิตศรีรัศมิ์เศร้า! กษัตริย์จะคืนพระมารดาให้ลูกชายหรือไม่? Read More

ด่วน! สิ่งที่สำคัญที่สุดกำลังเกิดขึ้นในวัง

ตัว เครื่อง สี ขาว ดัง ใน วังหลวง ตาม เคย นะ คะ ที่ นาน ๆ ครั้ง ช่อง วัง หลวง ก็ จะ นำ เสนอ ข่าว ดัง หรือ ข่าว ที่ เป็น กระแส และ กำลัง อยู่ ใน …

ด่วน! สิ่งที่สำคัญที่สุดกำลังเกิดขึ้นในวัง Read More

ร.10 เซอร์ไพรส์หรืออะไรก็ตาม ออกพระราชกฤษฎีกาวันวิวาห์

4 20 ขณะ ดำรง พระ อิศริ ย ยศ เป็น สมเด็จ พระ บรม โอ รสาธิ ราช เจ้า ฟ้า มหาวชิราลงกรณ์ ส่ง ไป ราชทาน สัมภาษณ์ และ ฉาย พระ ฉายาลักษณ์ ให้ กอง บรรณาธิการ นิตยสาร ดิฉัน นะ คะ ตะ นนทบุรี …

ร.10 เซอร์ไพรส์หรืออะไรก็ตาม ออกพระราชกฤษฎีกาวันวิวาห์ Read More