ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก
ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร”
เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย
ตามบันทึกระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลวงพ่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์อาจมองว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ในทางจิตสัมผัสของพระอริยสงฆ์ ท่านได้กำหนดจิตเพื่อตรวจสอบสาเหตุ และได้พบกับกลุ่มวิญญาณหรือเทวดาจำนวนมากที่มารวมตัวกัน โดยมีหัวหน้ากลุ่มที่แต่งกายด้วยชุดสีแดงและสีเขียว ซึ่งในนิมิตนั้นมีการสมมติชื่อเรียกขานกันว่า “เจ้าพระยาโกษาผ่อง”
ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี
ใจความสำคัญที่ทำให้คำทำนายนี้กลายเป็นประเด็นฮือฮา คือบทสนทนาที่กล่าวถึงทรัพย์สมบัติที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินไทย หลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้สอบถามกลุ่มเทวดาเหล่านั้นว่ามาทำอะไรกัน คำตอบที่ได้รับคือ “เจ้าพระยาโกษาผ่อง” ต้องการจะขุดทรัพย์สมบัติเพราะทราบว่า ณ บริเวณนั้นและในผืนแผ่นดินไทยมีทรัพย์สินมหาศาลซ่อนอยู่
เมื่อถามถึงปริมาณและประเภทของทรัพย์สิน คำตอบที่ปรากฏในบันทึกระบุว่า “เฉพาะทองคำก็ประมาณ 15 ตันเห็นจะได้ และยังมีแก้วแหวนเงินทองที่มีค่าอีกมหาศาล” นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงทรัพยากรน้ำมันและแร่ธาตุต่างๆ ที่จะถูกค้นพบ ซึ่งปริมาณของทรัพยากรเหล่านี้มีมากพอที่จะเปลี่ยนสถานะของประเทศไทยจากประเทศกำลังพัฒนา ให้กลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อหลวงพ่อถามว่าทรัพย์เหล่านี้อยู่ลึกหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ลึกมาก ประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น” ซึ่งในแง่ของเทคโนโลยีการสำรวจในปัจจุบันถือว่าเป็นระดับที่สามารถเข้าถึงได้ แต่ในสมัยนั้นท่านได้กล่าวเตือนว่า เป็นสิ่งที่เกินวิสัยของคนทั่วไปจะขุดได้โดยง่าย ต้องรอเวลาที่เหมาะสม
รหัสลับแห่งเวลา: กลางสมัยรัชกาลที่ 10
จุดพีคของคำทำนายนี้อยู่ที่กรอบเวลาของการค้นพบความมั่งคั่ง หลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้ถามต่อว่า ทรัพยากรเหล่านี้จะปรากฏเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติในสมัยใด คำตอบจากนิมิตระบุชัดเจนว่า “อานุภาพของทรัพยากรทั้งหลาย จะปรากฏขึ้นในตอนกลางของรัชสมัย รัชกาลที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”
คำทำนายระบุว่า ในยุคสมัยดังกล่าว ประเทศไทยจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างจะพรั่งพร้อมบริบูรณ์ จนกลายเป็น “ประเทศมหาเศรษฐี” เขตหนึ่งของโลก ไม่ใช่เพียงแค่ในทวีปเอเชีย แต่แม้กระทั่งชาติตะวันตกหรือยุโรปก็ต้องหันมาให้ความสนใจและเกรงใจประเทศไทย
ทำไมต้องเป็นยุคนี้? พลังบุญบารมีบูรพกษัตริย์
ในบันทึกยังได้อธิบายถึงเหตุผลที่ประเทศไทยจะโชคดีเช่นนี้ว่าเป็นเพราะ “อำนาจบุญบารมี” ของพระมหากษัตริย์ ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงปูพื้นฐานความพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเอาไว้ และต่อเนื่องมาถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งทรงมีพระบารมีที่จะสานต่อและนำพาประเทศไปสู่ยุคทอง
คำทำนายนี้ยังสอดคล้องกับพุทธทำนายเก่าแก่ที่มักกล่าวถึงยุค “ชาววิไล” หรือยุคที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ประชาชนมีความสุขหน้าใสใจเบิกบาน ซึ่งหลายคนตีความว่าตรงกับยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและความเจริญทางวัตถุเข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับการค้นพบแหล่งพลังงานหรือแร่ธาตุใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้
นัยยะทางการเมืองและสังคม: คนดีมีศีลธรรมจึงจะสำเร็จ
อีกประเด็นที่ละเลยไม่ได้ในบันทึกชุดนี้ คือคุณสมบัติของผู้ที่จะนำพาความร่ำรวยมาสู่ชาติ ในบทสนทนากับ “เจ้าพระยาโกษาผ่อง” ระบุว่า ท่านผู้นี้เป็นสัญลักษณ์ของข้าราชการหรือบุคคลที่ “ซื่อสัตย์สุจริต” ไม่คดโกงเงินหลวง รับราชการด้วยความตั้งใจดี
นี่คือเงื่อนไขสำคัญของคำทำนาย การที่ประเทศจะก้าวไปสู่การเป็นมหาเศรษฐีได้ ไม่ใช่เพียงแค่รอให้โชคชะตาขุดทองขึ้นมา แต่ต้องประกอบด้วยการบริหารจัดการโดยคนดี คนเก่ง และมีความซื่อสัตย์ หากบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ก็อาจสูญหายหรือไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ปรากฏการณ์จริงในปัจจุบัน
หากมองย้อนกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีการค้นพบแหล่งแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด เช่น แร่ลิเทียม หรือแร่โพแทช ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งยังมีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อภูมิภาค
แม้ว่าในวันนี้ เศรษฐกิจระดับรากหญ้าอาจยังมีความท้าทาย แต่หากมองในภาพรวมระยะยาวตามคำทำนาย นี่อาจเป็นช่วง “รอยต่อ” หรือช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคทองในช่วงกลางรัชกาลอย่างแท้จริง การเตรียมความพร้อมทั้งด้านทักษะ ความรู้ และที่สำคัญคือการรักษาศีลธรรมความดี จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนควรตระหนัก
บทสรุป: ความหวังกับความเป็นจริง
คำทำนายของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ให้ความหวังแก่คนไทย ว่าปลายทางของอุโมงค์นี้มีแสงสว่างที่เจิดจ้ารออยู่ อย่างไรก็ตาม คำทำนายย่อมเป็นเพียงเข็มทิศ การจะเดินทางไปถึงจุดหมายได้นั้น ต้องอาศัยการลงมือทำ ความสามัคคีของคนในชาติ และการบริหารบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามนัยยะที่หลวงพ่อได้ฝากไว้
ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นมหาเศรษฐีได้จริง ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรบุคคล หากสามารถปลดล็อกศักยภาพเหล่านี้ออกมาใช้ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ยุค “ไทยมหารัฐ” ตามคำทำนายก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน
