ในห้วงเวลาที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สร้างความฮือฮาและก่อให้เกิดข้อสงสัยในหมู่ประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญและตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ล่าสุดมีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับการเตรียมสถาปนา “พลตรีหญิง คุณหญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ในฐานะพระสนม ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ถูกส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์ไปในวงกว้าง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง สยบข่าวลือ และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำตามประกาศที่เป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงและป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการเสพสื่อที่ไม่ผ่านการกรอง พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและอ้างอิงจากประกาศคำสั่งที่เกี่ยวข้อง พบว่ากระแสข่าวที่ระบุว่ามีการเตรียมสถาปนา พลตรีหญิง คุณหญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ขึ้นเป็นพระสนม หรือเจ้าจอมคนใหม่นั้น “ไม่เป็นความจริง” และไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด
ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแต่งตั้งในลักษณะดังกล่าว สถานะที่แท้จริงและถูกต้องตามกฎหมายของ พลตรีหญิง คุณหญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ คือการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง “นายทหารราชองครักษ์พิเศษ” เท่านั้น
การเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนี้อาจเกิดจากการจับแพะชนแกะ หรือการนำชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงข้าราชบริพารมาเชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นข่าวลือ ดังนั้น ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังและไม่ควรตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน
นอกเหนือจาก พลตรีหญิง คุณหญิงอรอนงค์ แล้ว ยังมีรายชื่อของบุคคลอื่น ๆ ที่มักจะถูกนำมากล่าวอ้างในข่าวลือลักษณะเดียวกัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ารายชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในตำแหน่งราชการทหารและราชองครักษ์ อาทิ:
-
พลตรีหญิง คุณหญิงสุทัตตาภักดิ์ บริรักษ์ภูมินทร์
-
พลตรีหญิง คุณหญิงนฤมล สัมผัส
-
พลตรีหญิง คุณหญิงปภัสร สิริวชิรภักดิ์
-
พลตรีหญิง คุณหญิงชยุตรา สิริวชิรภักดิ์
บุคคลที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีสถานะและตำแหน่งหน้าที่ที่ชัดเจนตามที่ได้รับมอบหมาย การนำชื่อไปเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่โดยปราศจากข้อเท็จจริง ถือเป็นการสร้างความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่ถูกพาดพิง จำเป็นต้องขยายความเกี่ยวกับตำแหน่ง “ราชองครักษ์พิเศษ” (Special Royal Guard)
ราชองครักษ์พิเศษ คือ นายทหารสัญญาบัตรหรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่พระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ การได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในตำแหน่งนี้ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดและเป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้มีหน้าที่รับผิดชอบที่เคร่งครัดและต้องผ่านการฝึกฝนทั้งระเบียบวินัยและความสามารถ ดังนั้น การที่สื่อบางสำนักหรือผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ไปบิดเบือนให้กลายเป็นเรื่องราวทำนองชู้สาวหรือการเมืองภายใน จึงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่เคารพต่อสถาบันและตัวบุคคล
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเดินทางรวดเร็วผ่านสมาร์ตโฟน การแพร่ระบาดของข่าวปลอมเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ข่าวลือเกี่ยวกับบุคคลสำคัญมักได้รับความสนใจเป็นพิเศษ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มักจะส่งเสริมเนื้อหาที่มีการโต้ตอบสูง (Engagement) ซึ่งข่าวลือประเภทนี้มักจะดึงดูดความสนใจได้ง่าย ทำให้เกิดการแชร์ต่อโดยขาดการไตร่ตรอง
ผลกระทบของการแชร์ข่าวปลอมไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเข้าใจผิด แต่ยังส่งผลเสียต่อความมั่นคงของสังคม สร้างความแตกแยก และทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ถูกพาดพิง การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) จึงเป็นทักษะสำคัญที่คนไทยทุกคนต้องมี คือการ “เช็กก่อนแชร์” ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว และดูความน่าเชื่อถือของผู้เผยแพร่
การสร้างข่าวปลอม หรือการส่งต่อข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีความผิดตามกฎหมายไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์)
มาตรา 14 (2) ระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ผู้ที่ส่งต่อ (Share) ข้อมูลดังกล่าว โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ ก็มีความผิดตามมาตรา 14 (5) ซึ่งมีระวางโทษเท่ากับผู้กระทำความผิดฐานนำเข้าข้อมูลเท็จเช่นเดียวกัน ดังนั้น การแชร์ข่าวลือโดยไม่ตรวจสอบ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสนุกปาก แต่อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญาได้
เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นทางการที่สุดเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ถอดถอน หรือเลื่อนยศตำแหน่งของข้าราชการในพระองค์ หรือบุคคลสำคัญ ขอแนะนำให้ติดตามจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้:
-
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา (Royal Gazette): เป็นช่องทางหลักและเป็นทางการที่สุดในการประกาศคำสั่ง กฎกระทรวง และพระบรมราชโองการ ข้อมูลใดที่ยังไม่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นทางการหรืออาจเป็นข่าวลือ
-
สำนักประชาสัมพันธ์เขต และกรมประชาสัมพันธ์: หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเชื่อถือได้
-
สื่อหลักที่มีความน่าเชื่อถือ: ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าวที่มีมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ ไม่ใช่เพจนิรนามหรือบัญชีผู้ใช้ทั่วไปบนโซเชียลมีเดีย
ข่าวลือเรื่องการสถาปนา พลตรีหญิง คุณหญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ขึ้นเป็นพระสนม เป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีมูลความจริง ท่านยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายทหารราชองครักษ์พิเศษตามปกติ ประชาชนจึงไม่ควรให้ความสำคัญกับข่าวลือดังกล่าว และควรระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ การบริโภคสื่ออย่างมีสติและการตรวจสอบข้อมูลจากต้นตอที่แท้จริง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคข่าวสารท่วมท้น เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่อุดมด้วยปัญญาและข้อเท็จจริง
